Home ประวัติฟุตบอล โรนัลโด้ R9 ตำนานเบอร์ 9 ที่เก่งที่สุดในโลก

โรนัลโด้ R9 ตำนานเบอร์ 9 ที่เก่งที่สุดในโลก

0
69

โรนัลโด้ R9 ตำนานเบอร์ 9 ที่เก่งที่สุดในโลก

โรนัลโด้ R9 ตำนานเบอร์ 9 ที่เก่งที่สุดในโลก

ในยุค 90 – 2000 เมื่อไหร่ก็ตามที่มีการพูดถึงนักเตะสักคนหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่า เก่งกาจที่สุดในโลก หลายคนคงจะคิดออกอยู่เพียงไม่กี่ชื่อ และ โรนัลโด้ R9 คือหนึ่งในนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะถึงแม้ว่าในยุคนั้น จะมีนักเตะชื่อดังอยู่มากมาย แต่ความโดดเด่นของนักเตะคนนี้ ก็เปล่งประกายเจิดจ้า ยิ่งกว่านักเตะคนไหนๆ นั่นก็คือ “โรนัลโด้” ตำนานกองหน้าของ ทีมชาติบราซิล

สำหรับผู้คนในยุคนี้หากพูดถึงชื่อของ “โรนัลโด้” ทุกคนก็ย่อมคิดถึงนักเตะอย่าง “คริสเตียนโน่ โรนัลโด้” แต่สำหรับผู้คนในยุค 90–2000 แล้ว ใครๆก็ต้องคิดถึงนักเตะที่ได้ฉายาว่า “Fenômeno” หรือในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า “Phenomenon” หรือ ปรากฎการ อย่าง โรนัลโด้ R9 ที่หลายๆคน อาจเคยได้ยินมากแล้วบ้างเพราะชื่อเสียงของเขา ก็ยังเป็นที่เลื่องลือ อยู่ในยุคปัจจุบัน

ร่างกายแข็งแกร่ง, มีความเร็วสูง, จบสกอร์ได้อย่างเฉียบคม ในทุกรูปแบบ ในการดวลกันแบบตัวต่อตัว ไม่มีนักฟุตบอลคนไหน สามารถหยุดยั้งเขาได้ หรือแม้แต่ในสถานะการณ์ที่โดดรุม หรือจังหวะที่ไม่น่าจะทำประตูได้ “โรนัลโด้” ก็สามารถเปลี่ยนทุกจังหวะที่เสียเปรียบ ให้กลับมาได้เปรียบเสมอ ซึ่งบนสนามหญ้า ภายในเวลา 90 นาทีนั้น เรียกได้ว่า มันเป็นโลกที่เขาสามารถควบคุมได้ทั้งหมด

ประวัติส่วนตัว “โรนัลโด้ ลุยส์ นาซาริโอ เด ลิมา”

โรนัลโด้ R9 ตำนานเบอร์ 9 ที่เก่งที่สุดในโลก

“โรนัลโด้” มีชื่อเต็มๆว่า “โรนัลโด้ ลุยส์ นาซาริโอ เด ลิมา” (Ronaldo Luís Nazário de Lima) โดยยอดกองหน้าตำนานทีมชาติบราซิลคนนี้ เกิดเมื่อวันที่ 18 กันยายน ปี 1976 ที่เมืองรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล “โรนัลโด้” ก็เป็นเหมือนกับเด็กชาวบราซิลทั่วๆไป ที่เกิดในครอบครัวที่ไม่ได้มีฐานะดีอะไรมากนัก โดยเขาก็เป็นอีกคนที่เติบโตมากับการเล่นฟุตบอลตั้งแต่ยังเด็ก

“โรนัลโด้” ไม่ใช่เด็กที่โชคดีนัก เพราะพ่อแม่ของเขานั้น แยกทางกันไป ตั้งแต่ตอนที่เขายังมีอายุแค่เพียง 11 ขวบเท่านั้น เขาจึงตัดสินใจทิ้งการเรียน และตั้งหน้าตั้งตาไปกับ การเล่นฟุตบอล เพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นเพราะเขาใฝ่ฝันเป็นอย่างมาก กับการที่จะก้าวขึ้นไปเป็น นักฟุตบอลอาชีพ แบบเดียวกับที่เด็กชาวบราซิลหลายคน ที่อยากจะเป็นนักฟุตบอล เพื่อหาเงินมาเลี้ยงชีวิต

ด้วยความมุ่งมัน และพรสวรรค์ ที่มีติดตัวเขามาตั้งแต่กำเนิด จึงทำให้ฝีเท้าของเขานั้น โดดเด่นยิ่งกว่าเด็กคนอื่นๆ ที่อยู่ในวัยเดียวกัน ซึ่งด้วยความเก่งกาจนี้ ก็ทำให้เข้าได้เข้าร่วม และอยู่ในทีมฟุตซอล ในระดับเยาวชน ตั้งแต่ตอนที่เขาอายุประมาณ 12 ขวบ เท่านั้น โดยฝีเท้าของเขา ไปไกลกว่าเพื่อนร่วมรุ่นอย่างมาก จนไปเตะตาเข้ากับแมวมองของทีม ครูเซย์โร 

ชีวิตการค้าแข้ง ของ โรนัลโด้ R9

“โรนัลโด้” เริ่มต้นชีวิตการค้าแข้งของเขากับครูเซย์โร สโมสรในบ้านเกิด ในปี 1993 โดยเขาทำผลงานได้โดดเด่นมากๆและมีผลงานการยิงประตูถึง 44 ลูก จากการลงเล่นไปเพียงแค่ 47 นัด จนสามารถช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยและฟุตบอลลีกได้ จนมีชื่อติดทีมไปลุยฟุตบอลโลก ปี 1994 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยวัยเพียงแค่ 17 ปี แต่ก็ไม่ได้ลงเล่นเลย แม้แต่นาทีเดียว

ด้วยผลงานที่เก่งกาจมากจนเกินวัย ทำให้สโมสรดังในยุโรปจากประเทศเนเธอร์แลนด์อย่าง พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน คว้าตัวเขาไปร่วมทีม ด้วยค่าตัว 5.48 ล้านยูโร ซึ่งผลงานของเขา ก็ปังทันที ในระหว่างที่ค้าแข้งอยู่กับทีมเขาสามารถคว้ารางวัลดาวซัลโวมาได้ด้วยผลงาน ยิงไป 54 ประตู จากการลงเล่น 58 นัด ซึ่งเขาใช้เวลาอยู่กับสโมสรดังของฮอลแลนด์ 2 ปีด้วยกัน

โรนัลโด้ R9 ตำนานเบอร์ 9 ที่เก่งที่สุดในโลก

ในปี 1996 โรนัลโด้ ย้ายทีมอีกครั้ง โดยเขาได้ไปร่วมทีมบาร์เซโลนาด้วยค่าตัว 15 ล้านยูโร และยังคงมีผลงานที่ยอดเยี่ยม โดยทำได้ถึง 47 ประตู จาก 49 นัด แต่ชีวิตการค้าแข้งในถิ่น คัมป์ นู ของเขาก็จบลงในปีเดียวเท่านั้น

โรนัลโด้ R9 ตำนานเบอร์ 9 ที่เก่งที่สุดในโลก

เขาก็ตัดสินใจย้ายไปอินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัว 28 ล้านยูโร และเขาก็ระเบิดฟอร์มสุดยอดทันทีด้วยการยิงไป 25 ประตู พร้อมกับการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมไปได้

“โรนัลโด้” กลายกำลังหลัก และนักเตะคนสำคัญของ อินเตอร์ มิลาน แบบที่เรียกว่าขาดไม่ได้ ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาติดทีมชาติบราซิล ไปแข่งฟุตบอลโลกอีกครั้ง ในปี 1998 แต่ก็เกิดเรื่องราวไม่คาดคิด ก่อนนัดชิงชนะเลิศ กับทีมชาติฝรั่งเศส จนทำให้ทีมชาติบราซิล ได้แค่เพียงรองแชมป์ เท่านั้นยังไม่พอ หลังจากที่เขากลับมาเล่นในนามสโมสร ก็ต้องเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บที่รุนแรง

ด้วยอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า ทำให้เขาต้องพักไปนานแรมปี แต่เขาก็กลับมาระเบิดฟอร์มสุดยอด พาทีมชาติบราซิล คว้าแชมป์โลกได้อย่างยิ่งใหญ่ ในปี 2002 ที่ประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ซึ่งหลังจากฟอร์มการเล่นในบอลโลก ก็ทำให้เขาคว้ารางวัล บัลลังดอร์มาครองได้ ก่อนที่จะย้ายทีมอีกครั้ง กลับไปยังฝั่งสเปน โดยคราวนี้ เป็นทีม ราชันชุดขาว “เรอัล มาดริด”

ชีวิตในชุดสีขาว ร่ายยาวถึงช่วงบั้นปลาย

เพียงแค่ฤดูกาลแรกกับทีมราชันชุดขาว “โรนัลโด้” ก็สามารถช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ ลาลีกา สเปน มาครองได้ ทั้งยังโชว์ผลงานอันโดดเด่นในการซัดแฮตทริกใส่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก ยูฟ่าแชมเปี้ยนลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย จนได้รับเสียงปรบมือดังก้องทั้งสนาม จากแฟนบอลของทีม “ปีศาจแดง” แต่ถึงแม้ว่าจะต้องตกรอบไปเพราะยูเวนตุสแต่ฟอร์มของ R9 ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมาก

ด้วยอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆและปัญหาจากโรคที่เขาควบคุมน้ำหนักไม่ได้ก็ทำให้เขาหลุดออกจากทีม โดยหลังจากนั้น เขาก็ย้ายไปร่วมทีม เอซี มิลาน ในปี 2007 ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 7.5 ล้านยูโรเท่านั้น ซึ่งชีวิตของเขา ในถิ่น ซานซิโร่ ก็ไม่ได้สวยหรู เพราะเขายังต้องเจอกับปัญหาเดิมๆนั่นก็คือเรื่องของน้ำหนักตัว และอาการบาดเจ็บ จนทำให้เขาต้องออกจากอิตาลี กลับไปยังประเทศบ้านเกิด

หลังจากเขาลงเล่นให้กับโครินเธียนส์ ในเดือน ธ.ค. ปี 2008 ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้ายของเขา “โรนัลโด้” ก็ตัดสินใจแขวนสตั๊ดเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพ ในเดือน ก.พ. ปี 2011 ด้วยวัย 34 ปี ซึ่งสิ่งที่ทำให้ยอดกองหน้าคนนี้ฟอร์มตกลงไปและต้องเลิกเล่นไปเร็ว กว่าที่เราคาดคิด นั่นก็เป็นเพราะว่าอาการเจ็บปวดที่เกี่ยวเนื่องกับโรคไทรอยด์ที่ทำให้ร่างกายของเขา สู้ต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว

ถึงแม้เส้นทางของการค้าแข้งของ “โรนัลโด้” จะจบลงแบบไม่สวยงามเท่าไรนัก แต่สำหรับแฟนบอลในยุคนั้น และรวมไปถึง เหล่ายอดนักเตะด้วยกัน ต่างก็ยกให้เขา เป็นปรากฏการณ์ ของสุดยอดนักเตะ ที่โลกเคยมีมา ซึ่งสุดยอดเพลย์เมกเกอร์ในตำนาน ก็ยังเคยพูดเอาไว้ว่า “โรนัลโด้” คือนักฟุตบอลที่เก่งกาจที่สุด เท่าที่เขาเคยเห็นมา และชื่อของเขาคนนี้ จะอยู่คู่กับวงการฟุตบอล ไปอีกนานเท่านาน

ผลงาน และเกียรติประวัติ ที่โดดเด่น

รางวัลกับสโมสร และทีมชาติ

  • แชมป์ ยูฟ่าคัพ 1 สมัย กับ อินเตอร์ มิลาน ฤดูกาล 1997-98
  • แชมป์ ลา ลีกา 1 สมัย กับ เรอัล มาดริด ฤดูกาล 2002-03
  • แชมป์ อินเตอร์คอนติเนนทัล คัพ 1 สมัย กับ เรอัล มาดริด ปี 2002
  • แชมป์ ซูเปร์โกปา เด เอสปันยา 1 สมัย กับ เรอัล มาดริด ปี 2003
  • แชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัย กับ ทีมชาติบราซิล ปี 1994 และ 2002
  • แชมป์ โคปา อเมริกา 2 สมัย กับ ทีมชาติบราซิล ปี 1997 และ 1999
  • แชมป์ ฟีฟา คอนเฟเดเรชันส์ คัพ 1 สมัย กับ ทีมชาติบราซิล ปี 1997

รางวัลส่วนตัว (ที่โดดเด่น)

  • นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของฟีฟ่า 3 สมัย ในปี 1996, 1997 และ 2002
  • รองเท้าทองคำ ดาวซัลยุโรป 1 สมัย ในฤดูกาล 1996-97
  • รางวัล บัลลงดอร์ 2 สมัย ในปี 1997 และ 2002

อ่านประวัตินักฟุตบอล เพิ่มเติมที่ :: Warpballsod.net

ดูบอลสดฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทีเด็ดฟรีๆ จากเหล่าเซียนดัง :: Warpballsod.net

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here