Home ประวัติฟุตบอล The Baby Goal ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตตำนานนักเตะบัลลังดอร์

The Baby Goal ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตตำนานนักเตะบัลลังดอร์

0
65

The Baby Goal ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตตำนานนักเตะบัลลังดอร์

The Baby Goal ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตตำนานนักเตะบัลลังดอร์ ในยุคปลาย 90 ถึงต้นปี 2000 สำหรับวงการฟุตบอลทั้งในประเทศอังกฤษ และรวมไปถึงทั่วโลกแล้ว ไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของนักฟุตบอลดาวรุ่ง ที่ก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะฝีเท้าจัดจ้าน เข้าขั้นระดับโลกอย่าง สุดยอดดาวยิงหาตัวจับยาก ของสโมสรฟุตบอลชื่อดังอย่าง ลิเวอร์พูล

แม้จะมีอายุยังไม่มาก แต่ด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นสุดๆ จึงทำให้ประกายแสงแห่งความโดดเด่น ไม่มีใครสามารถปิดกั้นไว้ได้ ด้วยสปีดต้นที่จัดจ้าน พร้อมที่จะฉีกกองหลังฝั่งตรงข้าม ให้ขาดเป็นวิ่น การยิงประตูที่คมกริบ ราวกับใบมีดโกน ต่อให้การเกมการเล่นของ ลิเวอร์พูล ที่ ณ เวลานั้น ยังไม่ได้ดีมากเท่ากับปัจจุบันนี้ แต่ถ้าบอลไปถึง โอเว่น เมื่อไหร่ ก็มีลุ้นทำประตูได้แน่นอน

ถึงแม้ว่าประวัติของ ไมเคิล โอเว่น กับลิเวอร์พูล ทีมที่ปลุกปั้นเขามา อาจจะจบกันแบบไม่สวยงามนัก แต่เรื่องราวของนักเตอะคนนี้ ก็ยังมีอีกหลายส่วนมาก ที่น่าพูดถึง เพราะชีวิตของยอดดาวรุ่ง ที่ครั้งหนึ่งเคยโด่งดังแบบสุดขีด จนสามารถคว้ารางวัล บัลลังดอร์ มาครอบครองได้ จะต้องพบเจอร์อะไรอีกมากมาย และเหตุใด เขาถึงได้ชื่อว่า ตำนานสโต๊ค เราจะได้รู้กันวันนี้

The Baby Goal ประวัติส่วนตัว “เบบี้โกล”

               ไมเคิล เจมส์ โอเว่น (Michael James Owen) คือชื่อเต็มของยอดนักเตะรายนี้ โดยเขาถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 1979 ที่เมือง เชสเตอร์ เชสเชียร์ โดยวัยเด็กนั้น หนุ่มน้อยโอเว่นถือเป็นแฟนบอลตัวยงของเอฟเวอร์ตัน ทีมคู่ปรับร่วมเมืองของลิเวอร์พูล โดยมีแกรี่ ลินิเกอร์ อดีตดาวยิงทีมชาติอังกฤษ เป็นนักเตะในดวงใจ

The Baby Goal ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตตำนานนักเตะบัลลังดอร์

แต่กลับเป็นลิเวอร์พูลที่มองเห็นในความสามารถและติดตามนักเตะรายนี้ มาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ซึ่งเมื่อเขาอายุครบ 16 ปี และสามารถที่จะเซ็นสัญญาเข้าทีมเยาวชน ในระดับสโมสรได้แล้ว ลิเวอร์พูลก็ไม่รอช้า ปาดหน้าคว้าตัวโอเว่น ก่อนหน้าอีกหลายทีมดัง อาทิเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับสำคัญ รวมไปถึง อาร์เซนอล และเชลซี 2 ทีมดัง จากกรุงลอนดอน

เมื่อ ไมเคิล โอเว่น อายุครบ 17 ปี ก็ได้สัญญาอาชีพเป็นฉบับแรก และได้ลงเล่นประเดิมให้ทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูล ในนัดที่แข่งขันกับ สโมสร วิมเบิลดัน เดือน พฤษภาคม ปี 1997 ซึ่งในเกมการแข่งขันนัดนั้น เขาเป็นตัวสำรองที่ถูกเปลี่ยนลงมา และก็ฉายแววรุ่งโรจทันทีตั้งแต่นัดแรก เพราะเขาสามารถลงมา และทำประตูได้เลยโดยที่ใช้เวลาไม่นานนัก

ในฤดูกาล 1997/1998 ถือเป็นการแจ้งเกิดเต็มตัว เพราะเขาไปซัดประตูไปทั้งหมด 18 ประตู โดยได้เป็นดาวซัลโวสูงสุด พ่วงกับตำแหน่ง นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของอังกฤษ ซึ่งความสำเร็จสูงสุดของโอเว่น กับลิเวอร์พูลนั้น ก็ต้องเป็นปี 2001 ที่สามารถคว้า ทริปเปิ้ลแชมป์ (ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า คัพ) มาครองได้

The Baby Goal ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตตำนานนักเตะบัลลังดอร์

ซึ่งด้วยผลงานที่ว่า ก็ได้มาเพราะผลงานส่วนตัวที่โดดเด่นของ ไมเคิล โอเว่น จึงทำให้นักเตะรายนี้ ได้รับรางวัล บัลลังดอร์ หรือนักเตะยอดเยียมของโลก ในปีนั้นๆ มาครอบครองเอาไว้ได้ โดยการได้รับรางวัลในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี ที่มีนักเตะจาก สหราชอาณาจักร คว้ารางวัลไปครองได้ นั่นจึงทำให้ดาวยิงผู้นี้ เนื้อหอมสุดๆ

ด้วยความที่เป็นนักเตะลูกหม้อ เป็นเด็กท้องถิ่นในเมืองลิเวอร์พูล จึงทำให้แฟนบอลต่างคาดหวัง ว่าขวัญใจของพวกเขาคนนี้จะอยู่รับใช้ทีมไปอีกนานแสนนาน แต่ความจริงนั้นช่างแตกต่างกัน เพราะในขณะที่ทีมกำลังมีความเปลี่ยนแปลง และได้โค้ชคนใหม่เข้ามา โอเว่น ที่มีสัญญาเหลืออีก 1 ปี ก็ปฏิเสธที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่ และบีบให้ ลิเวอร์พูล ต้องขายเขาออกไป ในราคาแค่ 8 ล้านปอนด์ เท่านั้น

ชีวิตที่ไม่เหมือนฝัน ของ ไมเคิล เจมส์ โอเว่น

               ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในช่วงเวลานั้น เรอัล มาดริด คือทีมที่ดีที่สุดในโลก และไม่ว่าใครก็อยากที่จะไปค้าแข้งกับโปรเจ็ค กาลาติกอส ของประธานสโมสรอย่าง เฟอเรนติโน่ เปเรซ โดยโอเว่น ที่ย้ายเข้าสู่ทีมรวมสตาร์ดังระดับโลก ในปี 2004 – 2005 ที่ถึงแม้จะมีเพื่อนร่วมชาติอย่าง เดวิด เบคแฮม อยู่ในทีมด้วย แต่ชีวิตการค้าแข้งของเขาก็ไม่สวยหรูอย่างที่คิด

The Baby Goal ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตตำนานนักเตะบัลลังดอร์

เพราะขึ้นชื่อว่าทีมรวมดารา ก็ย่อมที่จะมีนักเตะซุปเปอร์สตาร์อยู่ในทีมมากมาย อย่างเช่น ซีเนดีน ซีดาน, หลุยส์ ฟิโก้ รวมไปถึงนักเตะในตำแหน่งเดียวกัน อย่างสุดยอดกองหน้า ปรากฎกาของโลก โรนัลโด และ ราอูล กอนซาเลซ โดย โอเว่นนั้น ไม่สามารถเบียดแย่งตำแหน่งของทั้งสองมาได้ จึงทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จ กับทีม ราชันชุดขาว

ถึงแม้ว่าโอเว่น จะสามารถทำประตูได้ 13 ประตู จากการลงเล่น 36 นัด แต่ก็เป็นได้แค่ตัวสำรอง เวลาของเขากับทีม เรอัล มาดริด จึงจบลงเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น โดยปีถัดมาโอเว่นก็ได้ย้ายกลับมาเล่นในอังกฤษกับสโมสรนิวคาสเซิล ที่ยอมจ่ายค่าตัวในราคา 17 ล้านปอนด์ เป็นสถิติของสโมสร โดยที่มีเสียงพูดกันว่าโอเว่นอยากจะกลับไปเล่นให้ ลิเวอร์พูล มากกว่า

เมื่อลิเวอร์พูลไม่หน้ามืด ซื้อโอเว่นกลับมา การไปอยู่กับ นิวคาสเซิลแบบไม่เต็มใจ ก็ส่งผลร้ายต่ออาชีพของเขา เมื่อเขาลงเล่นไม่กี่นัด แต่ก็เจ็บไปเกือบ 2 ปี และทันทีที่หายจากอาการบาดเจ็บ เขาก็หาทางย้ายออกจาก นิวคาสเซิล ทีมที่ดูแลเขาเป็นอย่างดี โดยไม่สนใจว่า แฟนบอลจะรู้สึกอย่างไร เท่านั้นยังไม่พอ เพราะทีมที่โอเว่นเลือกย้ายไป ก็คือทีมปีศาจแดง ศัตรูตลาดกาล ของลิเวอร์พูล

ถึงแม้โอเว่นจะพูดว่า นี่คือโอกาส ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่การขึ้นชื่อว่าเป็นคนทรยศ ก็เป็นเรื่องที่เขา ไม่สามารถปฏิเสธได้เช่นกัน เพราะถึงแม้เขาจะสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก มาครองได้ แต่เขาก็ไม่เคยเลย ที่จะเป็นส่วนสำคัญ ในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ม ที่ถือว่าเป็นราชาของฟุตบอลอังกฤษ ในยุคสมัยนั้น สุดท้ายเมื่อสัญญาหมดลง โอเว่น ก็ต้องมองหาสโมสรใหม่อีกครั้ง

ปิดฉากสุดยอดนักเตะ ด้วยตำนานแห่ง สโต๊ค ซิตี้

               ในฤดูกาล 2012–2013 ไโอเว่นได้ย้ายไปอยู่กับ ทีมช่างปั้นหม้อ สโต๊ค ซิตี้ ทีมท้ายตาราง ของพรีเมียร์ลีก และนี่ถือเป็นจุดที่สำคัญที่บ่งบอกว่า สุดยอดนักเตะคนนี้ อยู่ในจุดที่ตกต่ำที่สุด ในอาชีพการค้าแข้งแล้ว ด้วยจำนวน 1ประตู จากการลงเล่น 7นัด คือสถิติของ โอเว่น ในปีแรก และปีสุดท้ายของเขา เพราะเจ้าตัวตัดสินใจแขวนสตั๊ดทันทีเมื่อจบฤดูกาล

The Baby Goal ไมเคิ่ล โอเว่น

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าอยู่กับสโต๊ค ซิตี้ เพียงแค่ปีเดียว แต่ทำไมถึงถูกเรียกว่า ตำนานสโต๊ค จริงๆ แล้ว มันก็มาจากการประชดประชัน โดยเฉพาะสำหรับ แฟนบอลลิเวอร์พูล เพราะ โอเว่น ได้กลายเป็นนักฟุตบอลที่แฟนลิเวอร์พูลเกลียด แฟนนิวคาสเซิล ไม่รัก แฟนแมนยู ไม่ได้สนใจ ดังนั้นแล้วการปิดฉากชีวิตการค้าแข้งของ จึงจบลงแบบพัง เกินจะรับได้

อ่านประวัตินักฟุตบอล เพิ่มเติมที่ :: Warpballsod.net

ดูบอลสดฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทีเด็ดฟรีๆ จากเหล่าเซียนดัง :: Warpballsod.net

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here